เกิดข้อผิดพลาด
  • เทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

ประวัติศูนย์แพทยฯ

logo mec

ประวัติศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ นครสวรรค์

วันที่ 23 ตุลาคม 2536 นายบุญชู โรจนเสถียร รองนายกรัฐมนตรี นายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายไพจิตร ปวบุตร ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์(แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ ) นำเสนอแนวความคิดเรื่องความพร้อมของโรงพยาบาล ที่จะเป็นศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก และได้มีการตอบสนองจากคณะตรวจเยี่ยมให้ดำเนินการได้ทันที จุดผลักดันที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ได้แก่การทำแบบสอบถามความสมัครใจของแพทย์ประจำโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ทุกสาขา พบว่ามีความสมัครใจที่จะรับสอนนักศึกษาแพทย์เป็นส่วนใหญ่ ในขณะนั้นคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เริ่มมีนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิกและมีความต้องการสถานที่ฝึกภาคคลินิกในโรงพยาบาลศูนย์ที่มีศักยภาพด้านการเรียนการสอน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการ

1

วันที่ 11 มกราคม 2537 คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ส่งทีมคณาจารย์มาประเมินความพร้อมของโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ศึกษาข้อมูลด้านบุคลากร อุปกรณ์ทางการแพทย์ ข้อมูลผู้ป่วย และได้มีการประชุมร่วมกัน โดยสรุปมีความพอใจและเห็นพ้องกันที่จะให้เป็นสถานที่ศึกษาของนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิกได้ หลังจากนั้นมีการประชุมร่วมกันอีกหลายครั้ง เพื่อหาแนวทางที่จะให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน

ในขณะเดียวกัน โครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทของกระทรวงสาธารณสุขได้ก่อกำเนิดขึ้นท่ามกลางความสับสนและไม่เห็นด้วยของหลายฝ่าย แต่ในที่สุดก็ได้รับการผลักดันโดยกระทรวงสาธารณสุขจนออกมาเป็นรูปธรรม ความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จึงได้ถูกนำรวมเข้าในโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทของกระทรวงสาธารณสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกขึ้นเพื่อดำเนินการในการวางแผน และจัดการเรียนการสอนชั้นคลินิกขึ้น

ในแผนการดำเนินการครั้งแรก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์จะรับนักศึกษาแพทย์ในปี 2540 แต่เนื่องจากโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังอยู่ในระยะเปิดการดำเนินการขั้นต้น จำนวนคนไข้ที่จะเป็นแหล่งความรู้ของนักศึกษาแพทย์จึงไม่เพียงพอ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงได้ตัดสินใจส่งนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิกทั้ง 3 ชั้นปีมาฝึกที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์เฉพาะสาขาวิชาหลักได้แก่ อายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาและกุมารเวชศาสตร์ ในเดือนกันยายน พศ. 2538 เป็นรุ่นที่ 3 ของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นนักศึกษารุ่นแรกของโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ การเปลี่ยนแปลงเวลาการส่งนักศึกษาแพทย์มาเร็วกว่ากำหนดทำให้โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ต้องมีการปรับปรุงสถานที่และเตรียมอาจารย์แพทย์ให้มีความรู้ทางด้านแพทยศาสตร์ศึกษาในระยะเวลาอันสั้น

อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแพทย์ประจำโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์เป็นอย่างดียิ่ง ทำให้การผลิตแพทย์สามารถเปิดดำเนินการได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยอาศัยทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดมาดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วันที่ 25 กันยายน 2538 ได้มีพิธีการเปิดศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อย่างเป็นทางการ โดย พณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายเสนาะ เทียนทอง เป็นประธาน เรือโทนายแพทย์วิทูร แสงสิงแก้ว ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะให้เกียรติร่วมพิธี

2

ปีการศึกษา 2539 เป็นปีแรกที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์รับนักศึกษาแพทย์เอง ในโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนโดยเรียนชั้นพรีคลินิก 3 ปี แรกที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ส่วนในชั้นคลินิกโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ต้องจัดการเรียนการสอนเองทั้งหมด ยกเว้นสาขาวิชาที่ไม่สามารถดำเนินการเองได้ ได้แก่ วิชาจิตเวชศาสตร์ นิติเวชศาสตร์ เวชศาสตร์นิวเคลียร์และรังสีรักษาคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ช่วยดำเนินการให้

หลังจากรับนักศึกษาในโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ 3 ปี ในปี พ.ศ. 2542 ตามแผนการดำเนินโครงการของกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ต้องเพิ่มการผลิตแพทย์จากปีละ 15 คนเป็น 30 คนแต่เนื่องจากในขณะนั้น คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในชั้นพรีคลินิกเพิ่มให้ได้    

3

  ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้เริ่มดำเนินการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ จึงมีการติดต่อประสานงานระหว่างผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ (นายแพทย์แสงชัย สีมาขจร) กับอธิการบดี (ศาสตราจารย์นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ) และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ( ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมพงศ์ พงศ์ไทย ) โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์จึงดำเนินการผลิตแพทย์ในโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลแทนตั้งแต่ปีการศึกษา 2542 จำนวน 16 คน โดยรับจากนักเรียนที่มีภูมิลำเนาในเขตจังหวัดนครสวรรค์และอุทัยธานี

ในปี พ.ศ.2545 ได้ขยายเขตการรับนักศึกษาแพทย์ไปยังจังหวัดกำแพงเพชร ตาก และสุโขทัยรวมเป็น 5 จังหวัดและจัดสอบคัดเลือกร่วมกันระหว่างโครงการร่วมผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบทและโครงการมหาวิทยาลัยมหิดล ณ นครสวรรค์ เพื่อเป็นการลดภาระแก่นักเรียนในการสอบคัดเลือก

ในปี พ.ศ.2546 ได้เพิ่มจำนวนนักศึกษาแพทย์เป็น 24 คน และในปี พ.ศ.2548 ได้เพิ่มจำนวนนักศึกษาแพทย์เป็น 32 คน โดยรับจากนักเรียนที่มีภูมิลำเนาในเขตจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร และพิจิตร และจะไม่มีการเพิ่มปริมาณนักศึกษาแพทย์เพิ่มไปจากนี้

ในโครงการดังกล่าว คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล จะจัดการเรียนการสอนใน 3 ปีแรก โดยคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ช่วยสอนในวิชาสุขศาสตร์และเวชศาสตร์เขตร้อน,วิชาพื้นฐานสู่คิลานศาสตร์,คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ช่วยสอนในวิชานิติเวชศาสตร์และวิชาเลือกเสรี นอกจากนี้ยังช่วยประเมินนักศึกษา โดยการสอบวิชา Comprehensive เพื่อรับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิตของมหาวิทยาลัยมหิดล

ในช่วง 3 ปีสุดท้าย ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนในชั้นคลินิก รพ.สวรรค์ประชารักษ์ เป็นผู้รับผิดชอบ ในการจัดการเรียนการสอน ร่วมกับ โรงพยาบาลชุมชนและ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหลายแห่งทั้งในจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดอื่นๆ เช่น อุทัยธานี กำแพงเพชร พิจิตร เพื่อให้นักศึกษาแพทย์มีความคุ้นเคยกับการปฏิบัติงาน ในชนบท